อุ๊ย ! เสียวฟัน เชื่อหรือไม่ น้ำอัดลมคือตัวการของอาการฟันกร่อน
คุณผู้อ่านหลายคนคงเคยมีอาการเสี่ยวฟันโดยไม่รู้ตัว กล่าวคือเมื่อดื่มเครื่องดื่มรสเปรี้ยวหรือเย็นจัด ก็จะเกิดอาการเสียวฟัน ทั้งที่ดูแลสุขภาพฟันของตัวเองมาเป็นอย่างดี แต่อยู่ดีๆ ก็เกิดการเสียวฟัน แถมบางคนไปพบทันตแพทย์ก็ยังหาสาเหตุไม่เจอเสียอีกแน่ะ เอ๊า...แล้วเป็นอะไรกันแน่
อาการเสียวฟันหรือที่คนเรียกว่าเป็นการเข็ดฟัน (คงเนื่องมาจากเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อได้มีการขบเขี้ยวเคี้ยวฟันหรือได้ยินเสียงเสียดสีกัน) เป็นอาการที่ไม่เกิดกับใครแล้ว เข้าใจได้ยากว่ามันรำคาญหรือทรมานมากน้อยแค่ไหน อาการนี้เกิดจากการที่ปลายประสาทฟันในส่วนเนื้อฟันได้รับสิ่งกระตุ้นแล้วส่งสัญญาณไปยังสมอง สมองตอบรับแล้วส่งสัญญาณกลับให้เกิดความรุ้สึก "เจ็บ" แต่ไม่มากนัก ซึ่งจะหายไปอย่างรวดเร็วหลังจากเอาสิ่งกระตุ้นออกไป โดยปกติเนื้อฟันจะมีผิวเคลือบฟันหุ้มไว้เป็นเหมือนผิวชั้นนอก ถ้าเมื่อไรส่วนผิวเคลือบฟันนี้หลุดหายไปด้วยสาเหตุใดก็ตาม เนื้อฟันก็จะสัมผัสกับสิ่งเข้ามาในปาก (สิ่งกระตุ้น) โดยตรงก็จะเกิดการเสียวฟันขึ้น
ฟันกร่อนเป็นการสูญเสียผิวเคลือบฟันที่เกิดจากการกัดกร่อนของกรด ซึ่งเป็นกรดที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียย่อยสลายอาหารในปาก ดังเช่นการเกิดฟันผุ (การที่ต้องแยกประเภทของการสูญเสียผิวเคลือบฟันนั้นก็เพราะว่าจะช่วยในการป้องกันและแก้ไขสาเหตุได้ถูกต้องมากขึ้น) หากเป็นฟันกร่อนเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้เกิดเพียงการเสียวฟันเป็นบางครั้ง แต่ถ้ายังคงสัมผัสกับกรดไปนานๆ ผิวดันสูญเสียไปมากๆ หากเป็นที่ฟันหน้าก็จะเห็นฟันบางลงหรือบางรายก็จะเป็นหลุมๆ ไม่สวยงาม และถ้าเป็นมากจนถึงขั้นรุนแรงก็คือ ตัวฟันสั้นลง ฟันแต่ละซี่จะเล็กลง มีช่องว่างระหว่างฟันมากขึ้น ไม่สวยงาม ที่เป็นปัญหาที่สุด คือ กันหรือเคี้ยวอาหารไม่ได้เพราะจะเสียวฟันมากฟันกร่อนเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ที่พบได้บ่อยคือ
น้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด
มีกรดซิตริกที่พบได้ในผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวจัด มีฤทธิ์ในการกัดกร่อนผิวเคลือบฟันสูงกว่ากรดชนิดอื่นๆ ที่มีความเข้มข้นเท่ากัน การบริโภคน้ำผลไม้จะทำให้เกิดการทำลายชั้นผิวเคลือบฟันได้มากกว่าการบริโภคผลไม้ชนิดนั้นๆ โดยตรงถึง 10 เท่า โดยปกติถ้ารับประทานไม่มากจนเกินไป ก็จะไม่ทำให้เกิดฟันกร่อน เพราะน้ำลายที่หลั่งออกมาจะช่วยลดความเป็นกรดไปได้ทัน
ในคนที่บริโภคอาหารและเครื่องดื่มประเภทนี้
เช่น ส้ม สับปะรด มะนาว ในปริมาณมากๆ ยิ่งในคนที่ชอบกัดแทะผลไม้ และอมไว้ในปากนานๆ ก็จะทำให้มีโอกาสเกิดฟันกร่อนได้มากกว่าคนอื่นๆ ในปัจจุบัน การเกิดฟันกร่อนไม่ได้พบเฉพาะในผู้ใหญ่แต่พบได้แม้ในเด็กเล็กจากการที่เด็กหลับคาขวดน้ำผลไม้ที่ให้ดูดก่อนนอน
เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม
น้ำอัดลมมีความเป็นกรดอ่อนๆ ซึ่งจะทำให้ฟันละลายตัวได้มากน้อยต่างกันขึ้นกับชนิดของน้ำตาลที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่มนั้นๆ น้ำอัดลมชนิดที่ใช้สารทดแทนความหวาน (ประเภทไดเอท) จะมีสภาพเป็นกรดน้อยกว่า และทำให้ผิวเคลือบฟันละลายตัวน้อยกว่าชนิดที่ไม่ใช้สารทดแทนความหวาน
ในบ้านเราที่อากาศร้อนจัด
น้ำอัดลมเป็นที่นิยมโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและวัยรุ่น ผู้ที่ชอบดื่มน้ำอัดลมบ่อยๆ มักจะมีฟันกร่อน จะสังเกตได้จากฟันมีลักษณะขาวขุ่น ไม่สะท้อนแสงเป็นมันวาว ในกรณีที่มีการสูญเสียผิวเคลือบฟันจากน้ำอัดลมมักจะมีโอกาสเกิดฟันผุตามมาได้ง่ายเพราะน้ำตาลที่ตกค้างจากน้ำอัดลมนั่นเอง
การสัมผัสกับกรดที่ไม่ใช่จากอาหารหรือเครื่องดื่ม
อุตสาหกรรมบางอย่าง เช่นโรงงานผลิตแบตเตอรี จะมีไอฟุ้งของกรดในที่ทำงาน ซึ่งมีการศึกษาในต่างประเทศพบว่า ทำให้ฟันกร่อนได้ นอกจากนี้มีการรายงานในประเทศไทยว่าพบการเกิดฟันกร่อนในนักกีฬาว่ายน้ำจากสระว่ายน้ำบางแห่ง ที่ดูแลคุณภาพของน้ำได้ไม่ค่อยดี มีค่าความเป็นกรดสูง
การเกิดฟันกร่อนนั้น ถ้าเป็นไม่มากนักก็ไม่เป็นปัญหาและไม่จำเป็นต้องรักษา ยกเว้นว่าจะมีอาการเสียวฟันมาก ซึ่งต้องใช้การอุดฟันหรือบูรณะฟัน เพื่อลดการเสียวฟันและชะลอการกร่อนให้ช้าลง
แม้ว่าการเกิดฟันกร่อนนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ และเป็นสาเหตุที่ใกล้ตัวจนดูน่ากลัว แต่มิใช่ว่าจะเกิดกันได้ง่ายๆ ฟันต้องสัมผัสกับสาเหตุนั้นๆ บ่อยครั้งหรือในปริมาณมากๆ ดังนั้น การป้องกันที่ดีก็คือ หลกเลี่ยงการสัมผัสกับกรดบ่อยครั้งเกินไปนั่นเอง
| อาหารเพื่อสุขภาพ | ยาน่ารู้ | ฟ.ฟัน | Exercise | Cosmetic&Beauty | จิตวิทยาและเพศศึกษา | อนามัยเด็ก | แพทย์รอบโลก |