menubar2.gif (10737 bytes)

คุณยายกับเบาหวาน

 

"อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก" สำหรับผู้ที่มีภาวะร่างกายเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน   ที่ต้องอาศัยอินซูลินทุกวันๆ   การดูแลสุขภาพเพื่อไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อนของโรคจะทำอย่างไร   รวมถึงสามารถให้ความรู้ในการปฏิบัติตนเอง ให้ความรู้ในการเลือกรับประทานอาหาร   ควรเลือกรับประทานอาหารประเภทใด   เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในการควบคุมเบาหวาน

เบาหวานเกิดขึ้นได้อย่างไร
สภาวะเบาหวานเกิดจากสิ่งแวดล้อม กรรมพันธุ์ ตลอดจนการกินอยู่ในปัจจุบัน   สาเหตุประการหลังจะพบมากกว่า   โดยเฉพาะผู้สูงอายุ (ปัจจุบันในทารก-เด็ก และทุกวัยมีภาวะเบาหวานได้เช่นกัน)   และเป็นโรคที่เรียกว่า "เรื้อรัง"   ทางการแพทย์พยาบาลถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนสูง   ทั้งผู้ให้การรักษาพยาบาลและตัวผู้ป่วยเอง   ตลอดจนผู้คนรอบข้างในครอบครัว   เบาหวาน (DIABETES MELLITUS)   พบบ่อยที่สุดในเรื่องของโรคต่อมไร้ท่อ   พบว่าเพศหญิงเป็นมากกว่าเพศชาย   กลไกของการเกิดเบาหวาน คือการผิดปกติในหน้าที่ของอินซูลิน   ทำให้กระบวนการย่อยคาร์โบไฮเดรต (จำพวกแป้ง) ผิดปกติไป   มีผลให้เกิดระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าที่ไตจะเก็บกักน้ำตาลไว้ได้   จึงถูกขับออกทางปัสสาวะ จึงเรียกว่า "เบาหวาน"   และน้ำตาลที่กรอกออกจาก จะดึงเอาน้ำออกไปด้วย   ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานถ่ายปัสสาวะบ่อยมาก เป็นผลสืบเนื่องให้เกิดอาการกระหายน้ำ คอแห้ง จึงดื่มน้ำบ่อย   เพื่อชดเชยส่วนที่ขาดไป และผลจากการที่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลจากคาร์โบไอเดรตไปใช้จากการผิดปกติของอินซูลิน เพื่อเป็นพลังงานของร่างกาย   ร่างกายจึงดึงเอาไขมัน โปรตีนที่เก็บสะสมไว้ในเนื้อเยื่อของร่างกายมาใช้แทน   ทำให้สูญเสียเนื้อเยื่อร่วมกับการขาดน้ำ   ร่างกายจึงมีอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อฝ่อลีบ   น้ำหนักตัวลดลงทั้งที่รับประทานอาหารตามปกติ

อาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นมีอย่างไรบ้าง
อาการทางผิวหนัง   ผลจากการมีน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานๆ   ทำให้น้ำตาลเข้าไปสะสมในเนื้อเยื่อของร่างกายเกิดอาการคั่งในอวัยวะนั้นๆ   เกิดอาการคันตามผิวหนัง และติดเชื้อตามมา
- อาการทางสายตา   เกิดอาการตามัว   และเกิดต้อกระจกได้ง่าย   ตาบอดได้
- อาการทางหลอดเลือด   พบได้ทุกอวัยวะทางร่างกาย   เกิดการจับตัวแน่นของเกร็ดเลือด   ทำให้เกิดอาการอุดตันของหลอดเลือด   ถ้าเกิดขึ้นที่ไต   มีการไหลเวียนของเลือดน้อยลง ทำให้เกิดประสิทธิภาพการทำหน้าที่ของไตลดลง เกิดการไตวายในที่สุด นอกจากนั้นภาวะไขมันในเลือดสูงร่วมกับการมีเกร็ดเลือดจับตัวกันทำให้เกิดการอุดตัน และตีบแข็งของหลอดเลือด   พบบ่อยหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมอง   ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย และที่สมองเกิดอาการอัมพาตได้ และการที่เกิดร่วมกับระบบประสาท   ผู้ป่วยจะมีอาการชาที่เท้าและเป็นตะคริวทั้งขณะที่พักและเดิน   ทำให้เกิดเนื้อตาย (GANGRENE)   ได้ความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ เกิดสมรรถภาพทางเพศลดลง
- อาการทางเดินอาหาร พบว่ามีอาการขอดการตึงตัวของหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร   เกิดอาการกลืนลำบาก อึดอัด แน่น อาการคั่งในกระเพาะอาหาร เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน สะอึก มีอาการอิ่มไม่อยากอาหาร การเคลื่อนไหวของลำไส้ช้าลง มีอาการถ่ายอุจจาระเหลว เป็นๆ หายๆ บ่อย
- อาการที่มีผลกระทบทางจิตใจ และสังคม ของผู้ป่วยมากมาย

" อินซูลิน "  เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่ง   ถูกสร้างโดยตับอ่อน หน้าที่ของอินซูลิน คือ ควบคุมน้ำตาลภายในเลือดให้ปกติ   เหตุที่ตับอ่อนไม่สามารถผลิตอินซูลินได้   เกิดจากกรรมพันธุ์และไม่ใช่กรรมพันธุ์ อันได้แก่ โรคอ้วนจากเชื้อไวรัส โรคบางอย่างเช่น คางทูม (MUMP), หัดเยอรมัน (RUBELLA), VIRUS COCCACI B   ตัวไวรัสทำให้เกิดการอักเสบของตับอ่อนเรื้อรัง   ความผิดปกติของฮอร์โมน   ความเครียดไม่ออกกำลังกาย   ตลอดจนตัวยาบางชนิดที่ต่อต้านการออกฤทธิ์ของอินซูลิน

อาการในผู้สูงอายุที่ควรสังเกตและระวัง
มีอาการซึม กระสับกระส่าย ดื่มน้ำมาก ปัสสาวะออก เหงื่อออก ตาพร่ามัว ผู้สูงอายุมักพูดว่า "จะให้ฉันอดตายหรืออย่างไร นั้นก็กินไม่ได้ นี่ก็กินไม่ได้"   เหล่านี้เป็นปัญหามากสำหรับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างยิ่ง   ความจริงแล้วผู้สูงอายุมักรับประทานอาหารได้น้อย   เมื่อทานอยากรับประทานอะไร ผู้ใกล้ชิดไม่ควรงดหรือห้ามจนเกินไป   อนุญาตให้รับประทานได้ในจำนวนที่พอเหมาะ   ผู้ป่วยที่ต้องใช้อินซูลิน และยาเม็ดลดน้ำตาลในเลือดทุกวัน จำเป็นอย่างยิ่งในการดูแล ควบคุมอาหาร โอกาสที่จะเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือน้ำตาลในเลือดสูงมักเกิดได้ง่าย   นอกจากจะมองในเรื่องการควบคุมอาหารและยา   เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ จะต้องดูแลทดสอบระดับน้ำตาลในเลือดและปัสสาวะอย่างสม่ำเสมอ   พบบ่อยที่ผู้ป่วยได้รับยามากเกินไปหรือได้รับยาเท่าเดิม   แต่รับประทานอาหารน้อยลงหรือออกกำลังกายมากกว่าปกติ   หรือได้รับยางบางชนิดที่ไปเสริมฤทธิ์ของยาเบาหวาน หรือดื่มแอลกฮอล์มาก   เป็นเหตุให้ตับลดการสังเคราะห์น้ำตาลกลูโคส อาการเริ่มต้นด้วยปวดศีรษะ ใจสั่น ตาพร่ามัว ไม่สบายตัว เกิดอาการหมดสติในที่สุด ถ้าผู้ป่วยรู้สึกตัวดี   มีการใจสั่น ตาพร่ามัว ให้ดื่มน้ำหวานหรือน้ำผลไม้ 1 แก้ว หรือให้ขนมหวานนิ่มๆ ผู้ป่วยจะได้รับน้ำตาลได้เร็ว หรือให้ทางสายยางในรายผู้ป่วยมีสายยางให้อาหารใส่อยู่   เมื่อผู้ป่วยอาการดีขึ้น ไม่หมดสติไปหรือหมดสติแล้วดีขึ้น   ควรปลอบโยนชี้แจงประเมินอาการให้ผู้ป่วยรับทราบถึงสาเหตุของการหมดสติ   เพื่อป้องกันมิให้เกิดขึ้นอีกในครั้งต่อไป   แต่ถ้าอาการน้ำตาลในเลือดต่ำมากเป็นเวลานานๆ ผู้ป่วยจะมีอาการฟื้นดีขึ้นช้า   ถึงแม้จะช่วยให้น้ำตาลเป็นปกติแล้ว   เนื่องจากสมองถูกทำลายไปบางส่วน   ควรพบแพทย์ที่รักษาในเวลาต่อมา ผู้ป่วยเองควรรับทราบอาการและสาเหตุด้วยตนเองเสมอ
เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเนื่องจากขาดยา   มักจะกระหายน้ำมาก   ปัสสาวะมากทั้งกลางวันและกลางคืน อาจเกิดอาการซึมลง และหมดสติได้เช่นกัน   ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาทันท่วงทีและถูกต้อง เกิดภาวะช็อคจากการขาดน้ำอย่างรุนแรงและเสียชีวิตได้   ต้องได้รับสารน้ำทดแทนและดูแลใกล้ชิดจากแพทย์ผู้รักษาโดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่มีโรคหัวใจ และหลอดเลือดร่วมอยู่ด้วย เนื่องจากเบาหวานเป็นสาเหตุการเสียชีวิตเป็นอันดับสามของโรคที่ ไม่ติดเชื้อที่เป็นอันตรายกับชีวิต   ค่ารักษาพยาบาลก็จะมีมากจากสาเหตุอื่น ได้แก่ โรคแทรกต่างๆ จากเบาหววานที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ เช่น หลอดเลือดหัวใจอุดตัน โรคไตวาย โรคอัมพาตจากเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองอุดตัน   จอประสาทตาเสื่อมถึงขั้นตาบอด   หรือต้องสูญเสียอวัยวะ เช่น ขา   ผู้ใกล้ชิดและผู้ป่วยเองต้องให้ความสำคัญและป้องกันมิให้เกิดอาการแทรกซ้อนได้

ที่มา : วารสารจากโรงพยาบาล ไทยนครินทร์

อาหารเพื่อสุขภาพ ยาน่ารู้ ฟ.ฟัน Exercise Cosmetic&Beauty จิตวิทยาและเพศศึกษา อนามัยเด็ก แพทย์รอบโลก

 

Sudyord.com  (c) copyright 1998-1999 sudyord3.gif (1307 bytes)

This homepage creates by Internet Designer & Consultant Co.,Ltd.

All Rights Reserved by international law.