เส้นเลือดขอด - ภัยสุขภาพที่ป้องกันได้
เส้นเลือดขอดเป็นปัญหาสุขภาพใกล้ตัว แต่ก็มีวิธีดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันเส้นเลือดขอดได้เช่นกัน
ก่อนที่จะไปพูดถึงเส้นเลือดขอดนั้น ก็ต้องเริ่มจากพื้นฐานกันก่อน ที่อาจแบ่งเส้นเลือดของคนเราออกได้เป็น 2 ชนิด ชนิดแรกคือเส้นเลือดแดง (arery) ทำหน้าที่นำเลือดออกจากหัวใจไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย หลังจากที่ได้รับการฟอกที่ปอดให้มีปริมาณอ๊อกซิเจนสูงแล้ว เลือดเคลื่อนไปตามเส้นเลือดแดง โดยอาศัยแรงบีบของหัวใจ
อีกชนิดหนึ่งคือ เส้นเลือดดำ (vein) ซึ่งทำหน้าที่นำเลือดกลับไปสู่หัวใจ หลังจากที่ได้ปล่อยอ๊อกซิเจนให้แก่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายแล้ว
เส้นเลือดขอด (varicose veins) ได้แก่ เส้นเลือดดำที่โป่งขึ้นและเกิดการบิดเบี่ยงจนรูปร่างหงิกงอไป บางครั้งแลดูเหมือนตัวหนอน เส้นเลือดดำเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ผิวหนังเมื่อเกิดการโป่งโตขึ้นจะแลดูออกสีน้ำเงิน เส้นเลือดขอดเกิดได้ทั้งในชายและหญิงและโดยมากจะเกิดที่บริเวณขา
สาเหตุขอเส้นเลือดขอด
สาเหตุที่แท้จริงของเส้นเลือดขอดนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอนแต่เข้าใจว่า เกิดจากหลายสาเหตุผลมผสานกัน ความอ่อนแอของโครงสร้างผนังเส้นเลือดดำและลิ้นภายในเส้นเลือด ตลอดจนแรงดึงดูดของโลกเป็นสาเหตุที่ได้รับการอ้างอิงถึงบ่อยที่สุด
ความอ่อนแอของโครงสร้างผนังเส้นเลือดดำอาจจะได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ มีผู้รายงานว่าผู้ที่มีเส้นเลือดขอดจะมีบิดาหรือมารดาเป็นเส้นเลือดขอดถึงเกือบครึ่งต่อตรึ่ง
เส้นเลือดดำในขาของคนปกติมีลิ้นซึ่งแยกเป็น 2 แฉกคล้ายถ้วยเล็กๆ อยู่ภายใน โดยปกติลิ้นพวกนี้จะอยู่ห่างกันประมาณ 2 นิ้ว และจะเปิดออกเวลาเลือดไหลไปสู่หัวใจ แต่จะเปิดไปในทิศทางเดียว ซึ่งหมายความว่าเลือดจะไหลกลับลงมาไม่ได้ ในผู้ที่มีเส้นเลือดขอด แฉกของลิ้นจะอยู่ห่างกัน เลือดที่ไหลขึ้นไปก็มีโอกาสไหลกลับลงมาได้ ทำให้เส้นเลือดโป่งออก
อาชีพและประเภทของงาน ก็อาจมีส่วนในการทำให้เส้นเลือดขอดเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ต้องยืนนานๆ เช่น ทันตแพทย์ ช่างทำผม พนักงานบริการในร้านอาหาร ทั้งนี้ก็เพราะเวลายืน แรงดึงดูดของโลกจะดึงดูดเลือดที่อยู่ในเส้นเลือดให้ลงไปสู่จุดศูนย์กลางของโลก ทำให้เลือดที่อยู่ต่ำสุดของร่างกาย คือที่ขา มีแรงดันมากที่สุด มากกว่าเลือดที่อยู่ส่วนบนของร่างกาย จึงเกิดแรงดันผนังเส้นเลือดได้มาก เมื่อไปเกิดร่วมกับความอ่อนแอของโครงสร้างผนังเส้นเลือด และความผิดปกติของลิ้นเส้นเลือด ผลลัพธ์ก็คือเส้นเลือดโป่งออก
ในการตั้งครรภ์ มีปัจจัยหลายประการที่ส่งเสริมให้เกิดเส้นเลือดขอด ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นอาจมีส่วนทำให้ผนังเส้นเลือดดำหย่อนตัวยังผลให้เกิดการโป่งออกได้ หากความดันในเส้นเลือดเพิ่มขึ้น การไหลเวียนของเลือดไปยังมดลูกที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายในระหว่างตั้งครรภ์ และเนื่องจากเลือดจากมดลูกไหลกลับไปหัวใจ โดยทางเส้นเลือดเดียวกับเลือดที่ไหลขึ้นมาจากขา ทำให้เลือดคั่งในเส้นเลือดเหล่านี้ ซึ่งมีผลก่อให้ความดันในเส้นเลือดเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ท้องที่เพิ่มขนาดและน้ำหนักในระหว่างตั้งครรภ์ก็มีส่วนเพิ่มความดันภายในเส้นเลือดทำให้เลือดไหลกลับไปช้าลง โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ล้วนแต่ส่งเสริมให้เกิดเส้นเลือดขอดทั้งสิ้น
ปกติผู้ที่มีเส้นเลือดขอดจะมีความดันของเลือดภายในเส้นเลือดดำสูงอยู่แล้ว ระหว่างการตั้งครรภ์ความดันดังกล่าวจะสูงขึ้นไปอีก ทำให้โอกาสที่จะมีอาการของเส้นเลือดขอดเพิ่มขึ้น
อาการสำคัญของเส้นเลือดขอด
ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มาปรึกษาแพทย์เรื่องเส้นเลือดขอดมักจะมาเนื่องจากความไม่น่าดูของขาจากการที่มีเส้นเลือดโป่ง ผู้ป่วยบางท่านอาจมีความรู้สึกปวดขา และรู้สึกหักขาเวลายืนนานๆ อาการเหล่านี้มักจะดีขึ้นเวลายกขาสูง ผู้ป่วยน้อยรายอาจมีความรู้สึกแน่นในขาและปวดเหมือนขาจะระเบิด อาการปวดแสบๆ พร้อมกับคันที่ผิวหนังตรงที่มีเส้นขอดก็เกิดได้เหมือนกัน
ผู้ป่วยบางท่านมีโรคผิวหนังตรงตำแหน่งที่ขอดด้วย อาการส่วนใหญ่จะเป็นที่ขาส่วนใต้เข่าลงไป และผู้ป่วยที่มีครรภ์อาจจะมีอาการปวดมากกว่าผู้ป่วยอื่นๆ
อาการขาบวมพบได้ไม่บ่อยนักในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดขอดที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยที่มีโรคของเส้นเลือดแดงอุดตัน เส้นประสาทขาถูกกดหรือโรคของไขข้ออักเสบอาจจะมาปรึกษาแพทย์ โดยคิดว่าอาการปวดขาจะเนื่องมาจากโรคเส้นเลือดขอด การซักประวัติและการตรวจร่างกายที่ละเอียดจะช่วยแยกโรคดังกล่าวได้
แต่ผู้ป่วยเส้นเลือดขอดจำนวนหนึ่งอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น เลือดในเส้นเลือดขอดอาจแข็งตัว ทำให้เกิดการอุดตันขึ้นในเส้นเลือด ผลที่ตามมาคือ ผนังเส้นเลือดและเนื้อเยื้อรอบๆ เส้นเลือดอักเสบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวด ผิวหนังตรงจุดที่เส้นเลือดเกิดการอุดตันจะแดงบวม และร้อนและผู้ป่วยมักจะมีไข้
บางราย ถ้าถูกกระแทกเพีงเบาๆ อาจทำให้เส้นเลือดขอดแตก เกิดการเสียเลือดได้ ในกรณีดังกล่าว การใช้นิ้วมือกดเบาๆ ที่จุดเลือดออกชั่วระยะเวลาหนึ่งจะช่วยทำให้เลือดหยุดได้
ผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดขอดนานๆ อาจมาหาแพทย์ด้วยเรื่องแผลเรื้อรัง ส่วนมากมักจะเป็นบริเวณขาส่วนล่างใกล้ตาตุ่ม แผลจะเป็นแอ่ง มีเนื้อเยื่อสกปรกคลุม ผิวหนังรอบๆ แผลจะหนา บวม มีน้ำเหลืองซึมและสีคล้ำ เนื่องจากมีสารเหล็กไปสะสม แผลชนิดนี้จะเป็นๆ หายๆ จนกว่าจะรักษาเส้นเลือดขอดอย่างถูกต้อง หากทิ้งไว้โดยไม่รักษาขาส่วนนั้นจะลีบลง เนื่องจากสูญเสียเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังไป
เส้นเลือดขอดอาจจะเป็นแบบถาวรหรือชั่วคราว หญิงตั้งครรภ์บางท่านมีเส้นเลือดดำที่ปกติ แต่เนื่องจากภาวะตั้งครรภ์ทำให้เกิดการดึงและโป่งออกของเส้นเลือด ลิ้นเส้นเลือดไม่สามารถนำมาจดกันตรงกลางเส้นเลือดดังที่ได้อธิบายมาแล้ว ในกรณีเช่นนี้เส้นเลือดขอดอาจจะดีขึ้นหรือหายไปได้หลังคลอด เมื่อสภาวะที่ทำให้เกิดการดึงรั้งหมดไป
แต่หากสภาวะเช่นนี้เกิดนานพอสมควร หรือในกรณีที่พัฒนาการของลิ้นภายในเส้นเลือดไม่ดีมาแต่กำเนิด โอกาสที่จะเป็นเส้นเลือดขอดแบบถาวรก็มีได้
การรักษา
โดยทั่วไปการยกขาสูงบ่อยๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานั่ง) ทำให้ความดันภายในเส้นเลือดลดลง การออกกำลังก็มีส่วนช่วยการไหลเวียนของเลือด เพราะการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อขาช่วยดันให้เลือดไหลกลับไปหัวใจได้ดียิ่งขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการสวมสเตย์เพราะทำให้เลือดไหลเวียนกลับไม่ดี
ถ้ามีโอกาสควรนอนยกขาขึ้นบ้างเป็นครั้งคราวในเวลากลางวัน การสวมถุงเท้าที่ทำพิเศษจะช่วยให้สบายขึ้น ข้อเสียของการให้ถุงเท้าในภูมิอากาศร้อนอย่างประเทศไทย ผู้ป่วยอาจจะเกิดความอึดอัดรำคาญทำให้ไม่นิยมใส่
แต่ถ้าเส้นเลือดขอดเป็นมากหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เกิดการอักเสบ อุดตัน แตก มีเลือดออก หรือเป็นแผลเรื้อรังก็ควรให้แพทย์รักษา การรักษาที่ได้ผล คือการผ่าตัดเอาเส้นเลือดขอดออก หลักการก็คือการเอาเส้นเลือดที่ผิดปกติที่มีความอ่อนแอของผนังหรือของลิ้นเส้นเลือดออก โดยไปล่อยให้เลือดไหลกลับไปหัวใจทางเส้นเลือดที่แข็งแรงซึ่งอยู่ลึกกว่า
วิธีการนี้อาจทำให้โดยการเปิดแผลเพียงไม่กี่แห่ง ทำให้มีแผลเป็นน้อย อีกวิธีหนึ่งคือ การฉีดสารเคมีบางอย่างเข้าไปในเส้นเลือดขอดเพื่อทำให้เส้นเลือดดังกล่าวแฟบไป แพทย์อาจใช้วิธีการนี้ร่วมกับการผ่าตัดหรือรักษา โดยวิธีนี้เพียงวิธีเดียวปัญหาของการฉีดสารเคมีคือ หลังฉีดแล้วต้องพันผ้าไว้เป็นเวลานานหลายสัปดาห์เพื่อให้ได้ผลดี ซึ่งในสภาพอากาศร้อนแบบเมืองไทยนี้อาจจะเป็นการยากและบางครั้งต้องฉีดหลายครั้งจึงจะได้ผล นอกจากนี้ หากพันผ้าไว้ไม่นานพอ โอกาสที่จะเกิดเป็นใหม่ก็มีมาก
เพราะฉะนั้นแพทย์ส่วนใหญ่จึงมักใช้วิธีการรักษานี้ในกรณีที่เส้นเลือดขอดมีน้อยและลิ้นเส้นเลือดไม่ผิดปกติ
| อาหารเพื่อสุขภาพ | ยาน่ารู้ | ฟ.ฟัน | Exercise | Cosmetic&Beauty | จิตวิทยาและเพศศึกษา | อนามัยเด็ก | แพทย์รอบโลก |